02 314 4112-3

ระบบอุปถัมภ์ รากเหง้าของวงจรอุบาทว์ สู่ ทุน ราชการ และการเมืองสีเทา

Back

3 ธันวาคม 2568

135

ระบบอุปถัมภ์ รากเหง้าของวงจรอุบาทว์ สู่ ทุน ราชการ และการเมืองสีเทา

เมื่อมีข่าวที่เกี่ยวพันกับ นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจสีเทา ทำให้ระลึกถึง คมความคิดไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เรื่อง ถ้าคนฐานรากมีฐานะดีจะไม่เกิดระบบอุปถัมภ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

การที่มีคนจนคนรวย มันเสริมระบบอุปถัมภ์นิยม ที่คนที่มีกำลังมีอำนาจมีเงินอุปถัมภ์คนอื่น แต่ในการอุปถัมภ์นั้น คนจำนวนไม่ใช่น้อยก็จะใช้การอุปถัมภ์นั้นเพื่อประโยชน์ตัวเอง มันเลยกลายเป็นวงจรอุบาทว์เพื่อประโยชน์ตัวเองก็เลยมีการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องหรือว่าใช้อิทธิพลที่ไม่ถูกต้อง เหมือนกับมาเฟีย มาเฟียจะสร้างความร่ำรวยพร้อมกับสร้างฐานอำนาจแล้วก็จะอุปถัมภ์ผู้คนเพื่อตัวเองจะได้เป็นมาเฟียอยู่ได้ ถ้าเผื่อว่าคนฐานรากนี้เขาฐานะดี เขาพึ่งตนเองได้ เขาไม่ต้องมาอาศัยการอุปถัมภ์ ฉะนั้นก็จะไม่มีมาเฟียไปอุปถัมภ์เขา มาเฟียก็ไม่รู้จะไปอุปถัมภ์เพื่ออะไรเพราะว่าเขาไม่ยอมรับการอุปถัมภ์ เขาพึ่งตนเองแล้วเขาก็นิยมความดีความงามความถูกต้อง ในที่สุดความเป็นมาเฟียจะลดลง แต่หันมาทำหน้าที่ในชีวิตให้ดี ทำความดีความงามแต่ไม่จำเป็นต้องยากจน ก็ยังก็ยังร่ำรวยพอประมาณได้ มีฐานะดีได้ แต่ว่ามาเน้นความดีความงาม เน้นการช่วยกันสร้างสังคมที่ดี ตัวเองก็ดีด้วย จะมีความสุขความชื่นใจในตัวเอง ฐานะการเงินอาจจะยังดีอยู่แต่ไม่ใช่ต้องดีล้นฟ้าเลย ดีพอที่จะเลี้ยงดูตัวเองลูกหลานไปได้อย่างสบายๆ แต่ความสุขจะเกิดจากว่าทำความดีกับการได้ร่วมกับคนอื่นทำให้สังคมดี ความสุขตรงนั้นสำคัญ ทุกคนก็จะเป็นสุข สังคมเป็นสุข ความแตกต่างระหว่างคนจะลดลง

สังคมไทยมักถูกตั้งคำถามถึงต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึก ข้อมูลจากแนวคิดของคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม และปรากฏการณ์ "ทุนสีเทา" ที่กำลังกัดกินสังคม สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เกิดจากโครงสร้างทางสังคมที่เรียกว่า "ระบบอุปถัมภ์นิยม" (Patronage System) ซึ่งเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ข้าราชการ และการเมือง เข้าไว้ด้วยกันในวงจรอุบาทว์

1. กลไกของระบบอุปถัมภ์: เมื่อความเหลื่อมล้ำสร้าง "มาเฟีย"

ดังที่คุณไพบูลย์เปรียบเปรย ระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้นจาก "ความอ่อนแอของฐานราก" เมื่อคนจนหรือคนด้อยโอกาสไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ พวกเขาจำเป็นต้องแสวงหาที่พึ่ง (Patron) ซึ่งก็คือผู้มีอำนาจและเงินตรา

ในขณะเดียวกัน ผู้มีอิทธิพล (ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น หรือกลุ่มทุนสีเทา) ก็ใช้โอกาสนี้ในการ "ให้ความช่วยเหลือ" เพื่อสร้างบุญคุณและบารมี เมื่อผู้รับอุปถัมภ์รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ ก็จะตอบแทนด้วยความจงรักภักดี หรือการยอมหลับตาข้างหนึ่งให้กับความไม่ถูกต้อง นี่คือจุดกำเนิดของระบบ "มาเฟีย" ที่ใช้อำนาจเงินสร้างฐานอำนาจทางสังคม

2. สามเหลี่ยมแห่งการทุจริต: ธุรกิจ ราชการ และการเมือง

จากข้อมูลเรื่องทุนจีนสีเทาและการทุจริตทางการเมือง เราจะเห็นภาพชัดเจนว่าระบบอุปถัมภ์ทำงานอย่างไรใน 3 ภาคส่วนหลัก

  • ภาคธุรกิจ (ทุนสีเทา/ทุนมาเฟีย): กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย (เช่น พนันออนไลน์, แก๊งคอลเซ็นเตอร์, สถานบันเทิงเถื่อน) ไม่สามารถดำเนินกิจการได้หากไม่มี "คนคุ้มครอง" พวกเขาจึงเข้าหาผู้มีอำนาจในระบบอุปถัมภ์ โดยการจ่ายส่วย หรือสินบนเพื่อแลกกับความสะดวกทางธุรกิจและการละเว้นการจับกุม กรณี "ทุนจีนสีเทา" เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เงินซื้อคอนเนกชันเพื่อฟอกตัวและฟอกเงินในไทย
  • ภาคราชการ (ผู้บังคับใช้กฎหมาย): ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ ข้าราชการบางส่วนกลายเป็นเครื่องมือของผู้มีอิทธิพล การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง (ซื้อขายเก้าอี้) มักต้องอาศัย "นาย" หรือผู้สนับสนุนทางการเงิน ทำให้ข้าราชการต้องตอบแทน "นาย" ด้วยการเอื้อประโยชน์ทางกฎหมาย หรือเพิกเฉยต่อการกระทำผิดของกลุ่มทุนที่มาอุปถัมภ์นายของตนอีกทอดหนึ่ง
  • ภาคการเมือง: นักการเมืองเปรียบเสมือน "พ่ออุปถัมภ์รายใหญ่" ที่ต้องการทุนมหาศาลเพื่อรักษาฐานเสียงและชนะการเลือกตั้ง เงินจากทุนสีเทาจึงไหลเข้าสู่พรรคการเมืองเพื่อแลกกับนโยบายที่เอื้อประโยชน์ หรือการคุ้มครองทางอิทธิพล (Policy Corruption)

3. ผลกระทบเมื่อระบบอุปถัมภ์ครองเมือง

เมื่อระบบนี้ทำงานเต็มรูปแบบ กฎหมายจะกลายเป็นเพียงกระดาษ ความยุติธรรมจะเลือกปฏิบัติ:

  1. กฎหมายศักดิ์สิทธิ์เฉพาะกับคนจน: คนรวยหรือมีเส้นสายสามารถหลุดรอดคดีได้
  2. เศรษฐกิจบิดเบี้ยว: ธุรกิจสุจริตแข่งขันไม่ได้ เพราะต้องแบกรับต้นทุน แต่ธุรกิจสีเทาที่จ่ายส่วยกลับเติบโตและกินรวบ
  3. ความมั่นคงสั่นคลอน: อาชญากรรมข้ามชาติใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการ เพราะ "ซื้อเจ้าหน้าที่ได้"

4. ทางออก: ตัดวงจรด้วยการ "สร้างคนฐานรากให้เข้มแข็ง"

คุณไพบูลย์เสนอทางออกที่ลึกซึ้งและยั่งยืนที่สุด คือการแก้ที่ต้นเหตุ "ทำให้คนฐานรากพึ่งตนเองได้" หากคนเล็กคนน้อยในสังคม:

  • มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีพอเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว
  • มีความรู้และศักดิ์ศรี ไม่ต้องง้อขอความช่วยเหลือแบบลดศักดิ์ศรี
  • นิยมความถูกต้องดีงามมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น

ผลที่จะตามมาคือ: เมื่อคนไม่ง้ออุปถัมภ์ -> ผู้มีอิทธิพล/มาเฟียจะหมดความหมาย -> ไม่มีฐานเสียงหรือคนคอยปกป้องคนทำผิด -> ความจำเป็นในการสร้างบารมีด้วยวิธีผิดกฎหมายจะลดลง

บทสรุป

การแก้ปัญหาคอร์รัปชันและทุนสีเทา ไม่สามารถทำได้ด้วยการปราบปรามทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำลาย "ตลาดของระบบอุปถัมภ์" ด้วยการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและจิตวิญญาณให้แก่ประชาชน เมื่อประชาชนพึ่งพาตนเองได้ พวกเขาจะเลิกศิโรราบต่ออำนาจมืด และหันมาเชิดชู "ความดีและความถูกต้อง" สังคมจึงจะเปลี่ยนจากสังคมแห่งการ "รู้บุญคุณนาย" มาเป็นสังคมแห่งการ "เคารพสิทธิและหน้าที่" อย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูล : คมความคิด ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม, The101.world, Isranews, Wikipedia