02 314 4112-0

สงครามที่ไม่เคยเลือนหายไปจากโลก: ตอนที่ 4 – บทวิเคราะห์สรุป : สงครามกับธรรมาภิบาล

Back

5 พฤษภาคม 2569

4

สงครามที่ไม่เคยเลือนหายไปจากโลก: ตอนที่ 4 – บทวิเคราะห์สรุป : สงครามกับธรรมาภิบาล

ผ่านไป 3 ตอน เราได้เรียนรู้เรื่องราวของสงครามตั้งแต่รากเหง้าในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยการแย่งชิงทรัพยากร ไปจนถึงสงครามที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์และอำนาจในยุคประวัติศาสตร์ และวิวัฒนาการไปสู่สงครามยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก แม้รูปแบบและบริบทของสังคมโลกจะเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คู่กับเรามาถึงปัจจุบัน คือ สงคราม ในตอนสุดท้ายนี้ เราจะมาลองสรุปและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างสงครามกับหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) กันดูว่าธรรมาภิบาลนั้นมีความสำคัญอย่างไรต่อการเกิดสงคราม เพื่อชี้ให้เห็นว่าสงครามมักเกิดจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการ และการขาดซึ่งหลักการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

มองสงครามผ่านเลนส์ธรรมาภิบาล: ความล้มเหลวในการบริหารจัดการ

หลักสำคัญของธรรมาภิบาลคือการมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หากขาดซึ่งหลักการเหล่านี้มักนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจกัน เกิดความขัดแย้ง และท้ายที่สุดคือสงคราม ดังนั้นเราจะลองมาพิจารณา 6 เสาหลักของธรรมาภิบาลกัน ว่ามีความเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์สงครามอย่างไรบ้าง

1. หลักนิติธรรม (Rule of Law): เมื่อกฎหมายระหว่างประเทศถูกละเลย

หลักนิติธรรมคือการที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงรัฐและผู้มีอำนาจด้วย ในบริบทระหว่างประเทศ หลักนิติธรรมปรากฏในรูปของกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา และข้อตกลงต่างๆ ที่มุ่งควบคุมพฤติกรรมของรัฐและป้องกันความขัดแย้ง

  • ความล้มเหลว สงครามมักเกิดขึ้นเมื่อรัฐหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งละเลยหรือฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการรุกรานอธิปไตยของประเทศอื่น การใช้กำลังเกินกว่าเหตุ หรือการไม่ปฏิบัติตามมติขององค์กรระหว่างประเทศ การขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศทำให้ผู้กระทำผิดไม่ได้รับการลงโทษ และเป็นแรงจูงใจให้เกิดการใช้กำลังเพื่อบรรลุเป้าหมาย

2. หลักคุณธรรม (Ethics): จริยธรรมในการทำสงครามและมนุษยธรรม

หลักคุณธรรมเน้นการยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม ความซื่อสัตย์สุจริต และการคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่น ในสงคราม หลักคุณธรรมเกี่ยวข้องกับจริยธรรมในการทำสงคราม (Jus ad bellum และ Jus in bello) และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

  • ความล้มเหลว สงครามมักนำมาซึ่งการละเมิดหลักคุณธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีพลเรือน การทรมาน การใช้ความรุนแรงทางเพศ หรือการทำลายทรัพย์สินทางวัฒนธรรม การขาดซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมทำให้ความรุนแรงดำเนินไปอย่างไร้ขีดจำกัด และสร้างบาดแผลที่ยากจะเยียวยาให้กับสังคม

3. หลักความโปร่งใส (Transparency): งบประมาณกลาโหมและวาระซ่อนเร้น

หลักความโปร่งใสคือการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และถูกต้องอย่างตรงไปตรงมา ทำให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐได้

  • ความล้มเหลว การตัดสินใจทำสงครามมักถูกปกปิดด้วยข้อมูลที่ไม่โปร่งใส หรือมีวาระซ่อนเร้นที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ งบประมาณกลาโหมจำนวนมหาศาลมักขาดการตรวจสอบ ทำให้เกิดการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน การขาดความโปร่งใสทำให้ประชาชนไม่สามารถรับรู้ถึงสาเหตุและต้นทุนที่แท้จริงของสงคราม ซึ่งอาจถูกชักจูงให้สนับสนุนความขัดแย้งโดยไม่รู้ตัว

4. หลักการมีส่วนร่วม (Participation): เสียงของประชาชนที่ถูกละเลยในไฟสงคราม

หลักการมีส่วนร่วมคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของรัฐ

  • ความล้มเหลว ในหลายกรณี การตัดสินใจทำสงครามเกิดขึ้นโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบจากสงครามมากที่สุดกลับไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจ การละเลยเสียงของประชาชนทำให้ผู้นำสามารถใช้สงครามเพื่อผลประโยชน์ของตนเองหรือกลุ่มเล็ก ๆ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่

5. หลักความรับผิดชอบ (Accountability): ใครต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงคราม?

หลักความรับผิดชอบคือการที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องพร้อมรับผิดชอบต่อผลการกระทำของตน และสามารถถูกตรวจสอบได้

  • ความล้มเหลว การกำหนดความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงครามและการละเมิดสิทธิมนุษยชนมักเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในสงครามยุคใหม่ที่มีลักษณะซับซ้อน เช่น สงครามไซเบอร์หรือสงครามตัวแทน การขาดกลไกที่เข้มแข็งในการนำผู้กระทำผิดมารับผิดชอบทำให้เกิดวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด และเป็นแรงจูงใจให้เกิดการกระทำที่รุนแรงซ้ำ ๆ

6. หลักความคุ้มค่า (Effectiveness/Efficiency): ต้นทุนมหาศาลของสงครามเทียบกับสันติภาพ

หลักความคุ้มค่าคือการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงผลลัพธ์ที่ได้เทียบกับต้นทุนที่เสียไป

  • ความล้มเหลว สงครามมีต้นทุนมหาศาล ทั้งในด้านชีวิตมนุษย์ ทรัพย์สิน การพัฒนาเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมักจะสูงกว่าผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับอย่างเทียบกันไม่ได้ การใช้ทรัพยากรจำนวนมากไปกับสงครามสะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน

สรุป สงครามเป็นผลผลิตของความล้มเหลวในการบริหารจัดการ

จากที่เราได้วิเคราะห์ไว้ข้างต้น จะเห็นได้ว่าสงครามไม่ได้เป็นภัยธรรมชาติที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันเป็นผลผลิตโดยตรงของความล้มเหลวในการบริหารจัดการ (Governance Failure) ในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับโลก เมื่อหลักธรรมาภิบาลถูกละเลย ไม่ว่าจะเป็นการขาดหลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ หรือความคุ้มค่า สังคมย่อมตกอยู่ในภาวะเปราะบางต่อความขัดแย้งและความรุนแรง

การทำความเข้าใจความเชื่อมโยงเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะมันชี้ให้เห็นได้ว่าการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืนไม่ได้อยู่ที่การสะสมอาวุธหรือการใช้กำลังเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างและเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง การส่งเสริมหลักนิติธรรม การปลูกฝังคุณธรรม การสร้างความโปร่งใส การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม การสร้างกลไกความรับผิดชอบ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นธรรม คือหนทางที่จะช่วยลดโอกาสของการเกิดสงคราม และนำพามนุษยชาติไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

อ้างอิง

War and the Art of Governance: Consolidating Combat Success into ...

Between Peace and Conflict: The Role of Good Governance - BTI Blog

The Constant Fight: Intelligence Activities, Irregular Warfare ...

Governance in Conflict Prevention and Recovery:

Why Strong Militaries Still Lose: Legitimacy and Strategic ...

United States Strategy to Prevent Conflict and Promote ...

ธรรมาภิบาลยังมีอยู่ในสังคมหรือไม่ ?