02 314 4112-0

สงครามที่ไม่เคยเลือนหายไปจากโลก ตอนที่ 2 อุดมการณ์และอำนาจ

Back

8 เมษายน 2569

1

สงครามที่ไม่เคยเลือนหายไปจากโลก ตอนที่ 2 อุดมการณ์และอำนาจ

ในตอนที่ 1 เราได้ย้อนกลับไปดูรากเหง้าของสงครามในยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยการแย่งชิงทรัพยากรและการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ในตอนที่ 2 นี้ เราจะก้าวเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ ที่ซึ่งสงครามไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อปัจจัยพื้นฐานอีกต่อไป แต่กลับถูกขับเคลื่อนด้วยพลังที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น นั่นคือ เรื่องของอุดมการณ์และอำนาจ การก่อกำเนิดของอารยธรรม รัฐ และจักรวรรดิ มันได้นำมาซึ่งความขัดแย้งในรูปแบบใหม่ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีการจัดระเบียบมากขึ้น และมักใช้ความชอบธรรมทางศาสนา การเมือง หรือชาติพันธุ์ เป็นตัวขับเคลื่อน

การขยายอำนาจจักรวรรดิ สงครามเพื่อการครอบครอง

หลังจากสังคมของมนุษย์ค่อย ๆ มีการพัฒนาจากชุมชนเล็ก ๆ ไปสู่การเป็นรัฐและจักรวรรดิขนาดใหญ่ ความต้องการทรัพยากร พื้นที่ และแรงงานก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล สงครามจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายอำนาจและอิทธิพลของจักรวรรดิโบราณต่าง ๆ เช่น จักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิเปอร์เซีย หรือราชวงศ์ต่าง ๆ ของจีน

  • การแสวงหาทรัพยากรและเส้นทางการค้า จักรวรรดิต่าง ๆ ทำสงครามเพื่อควบคุมแหล่งทรัพยากรสำคัญ เช่น โลหะมีค่า ธัญพืช หรือเส้นทางการค้าที่ทำกำไร
  • การผนวกดินแดนและแรงงาน การพิชิตดินแดนใหม่หมายถึงการได้มาซึ่งที่ดินทำกิน เชลยที่จะกลายมาเป็นแรงงานหรือทาส และการเพิ่มพูนเกียรติภูมิของผู้ปกครอง
  • การสร้างความมั่นคง บางครั้งสงครามก็เกิดขึ้นเพื่อสร้างเขตกันชน หรือเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากชนเผ่าหรือรัฐเพื่อนบ้านที่อาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของจักรวรรดิ

ในยุคนี้ สงครามถูกทำให้เป็นเรื่องปกติและจำเป็นภายใต้แนวคิดที่ว่าเป็นการนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความสงบเรียบร้อย หรือแม้กระทั่งการสร้างอารยธรรมให้กับดินแดนที่ถูกพิชิต

สงครามศาสนา ความขัดแย้งที่ใช้ความศรัทธาเป็นเครื่องมือ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนสงครามในยุคประวัติศาสตร์คือ ศาสนาและอุดมการณ์ความเชื่อ สงครามครูเสดระหว่างคริสต์ศาสนิกชนและมุสลิม หรือสงครามศาสนาในยุโรปหลังการปฏิรูปศาสนา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความแตกต่างทางความเชื่อสามารถนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงและยืดเยื้อได้อย่างไร

  • การเผยแผ่ศาสนา การทำสงครามเพื่อเผยแผ่ศาสนาหรือปกป้องความเชื่อถือเป็นแรงจูงใจที่ทรงพลัง ผู้คนพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นความจริงสูงสุด
  • ความชอบธรรมจากพระเจ้า ผู้นำทางศาสนาและผู้ปกครองมักอ้างว่าสงครามของตนได้รับพรจากพระเจ้า ทำให้การกระทำรุนแรงได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากผู้คนจำนวนมาก
  • การสร้างเอกภาพ ในบางกรณี สงครามศาสนาถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเอกภาพภายในกลุ่มผู้ศรัทนา และกำจัดผู้ที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูหรือผู้ที่คิดต่าง

สงครามที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์หรือศาสนามักจะมีความรุนแรงเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการต่อสู้ที่ไม่ได้มีเพียงเป้าหมายทางวัตถุ แต่ยังรวมไปถึงการยืนยันความถูกต้องของความเชื่อและคุณค่าทางจิตวิญญาณด้วย

เมื่ออำนาจรวมศูนย์ขาดการตรวจสอบ ธรรมาภิบาลจึงขาดตกบกพร่องไป

การเปลี่ยนผ่านจากสังคมยุคก่อนประวัติศาสตร์มาสู่ยุคประวัติศาสตร์ที่เป็นรัฐและจักรวรรดิ นำมาซึ่งโครงสร้างการปกครองที่ซับซ้อนขึ้น และมาพร้อมกับความล้มเหลวของธรรมาภิบาล ในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออำนาจถูกรวมศูนย์อยู่ที่ผู้นำหรือชนชั้นปกครองเพียงไม่กี่คน และขาดกลไกการตรวจสอบที่เข้มแข็ง

  • การขาดหลักความโปร่งใส (Transparency) การตัดสินใจทำสงครามมักเป็นไปอย่างลับ ๆ โดยผู้นำหรือสภาที่ปรึกษาใกล้ชิด ประชาชนทั่วไปไม่มีโอกาสรับรู้ข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับสาเหตุ วัตถุประสงค์ หรือผลกระทบของสงคราม ทำให้ง่ายต่อการบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างความชอบธรรม
  • การขาดหลักการมีส่วนร่วม (Participation) ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจว่าจะทำสงครามหรือไม่ พวกเขาเป็นเพียงผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบ ทั้งการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน และการถูกเกณฑ์ไปรบ การขาดการมีส่วนร่วมนี้ทำให้ผู้นำสามารถใช้สงครามเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือของกลุ่มได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน
  • การละเลยหลักคุณธรรม เมตตาไมตรี (Moral, Compassion) ในนามของการขยายอำนาจหรือการเผยแผ่ศาสนา หลักคุณธรรมและจริยธรรมขั้นพื้นฐานมักถูกละเลย การสังหารหมู่ การทำลายล้าง และการกดขี่ข่มเหงกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ภายใต้กรอบของอุดมการณ์ที่ถูกสร้างขึ้น

ดังนั้น สงครามในยุคประวัติศาสตร์จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เมื่ออำนาจถูกรวมศูนย์ ขาดความโปร่งใส และปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ความขัดแย้งสามารถถูกจุดชนวนและยืดเยื้อได้ง่ายขึ้น โดยมีอุดมการณ์และความเชื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้กำลัง

อ้างอิง

[1] Prehistoric warfare - Wikipedia

ภาพจาก เพจ ประวัติศาสตร์ชาติไทย