18 เมษายน 2569
5
จากตอนที่ 2 เราพอจะเห็นภาพแล้วว่าสงครามในยุคประวัติศาสตร์นั้นได้ถูกขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์และอำนาจอย่างไร ตอนที่ 3 นี้ เราเข้าสู่ยุคสงครามสมัยใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสองที่ใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ไปจนถึงสงครามเย็นที่เต็มไปด้วยการเผชิญหน้าทางอุดมการณ์และอาวุธนิวเคลียร์ และในปัจจุบันกับสงครามไซเบอร์และสงครามตัวแทนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น แม้รูปแบบของสงครามจะเปลี่ยนไป แต่พื้นฐานของความขัดแย้งยังคงเดิม นั่นคือการช่วงชิงอำนาจและอิทธิพล
สงครามโลก การทำลายล้างด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
สงครามโลกทั้งสองครั้งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของสงคราม เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมถูกนำมาใช้ในการทำลายล้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นปืนกล รถถัง เครื่องบินรบ เรือดำน้ำ ปืนใหญ่ อาวุธเคมี และระเบิดปรมาณู ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
สงครามโลกแสดงให้เห็นว่าเมื่อเทคโนโลยีถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร ความสามารถในการทำลายล้างก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ผลกระทบของสงครามขยายวงกว้างไปทั่วโลก
สงครามเย็น การเผชิญหน้าทางอุดมการณ์และอาวุธนิวเคลียร์
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็น ซึ่งเป็นการเผชิญหน้าระหว่างสองมหาอำนาจทางอุดมการณ์ คือ สหรัฐอเมริกา (ประชาธิปไตย-ทุนนิยม) และสหภาพโซเวียต (คอมมิวนิสต์) แม้จะไม่มีการสู้รบโดยตรงระหว่างสองมหาอำนาจ แต่ความขัดแย้งก็ปรากฏในรูปแบบอื่น:
สงครามเย็นแสดงให้เห็นว่าสงครามสามารถดำรงอยู่ได้ในรูปแบบที่ไม่ได้มีการสู้รบโดยตรง แต่ยังคงสร้างความตึงเครียดและความเสียหายอย่างต่อเนื่องผ่านการแทรกแซงและการบิดเบือนข้อมูล
สงครามไซเบอร์และสงครามไร้รูปแบบ ความขัดแย้งในศตวรรษที่ 21
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้นำไปสู่รูปแบบใหม่ของสงครามที่เรียกว่า สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) และ สงครามไร้รูปแบบ (Hybrid Warfare) ซึ่งผสมผสานวิธีการทางทหารแบบดั้งเดิมเข้ากับการโจมตีทางไซเบอร์ การบิดเบือนข้อมูล การโฆษณาชวนเชื่อ และการแทรกแซงทางการเมือง
สงครามยุคใหม่เหล่านี้มีความซับซ้อนและยากที่จะระบุผู้กระทำผิด ทำให้การตอบโต้และการสร้างความรับผิดชอบเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และหลังเกิดเหตุการณ์สงครามสหรัฐอเมริกา/อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งกลายเป็นสงครามที่ไร้กฎระเบียบ ไม่มีใครสนใจกฎหมายระหว่างประเทศอีกต่อไป มีคำถามมากมายต่อองค์การสหประชาชาติว่ายังเป็นที่พึ่งพิงของโลกได้อยู่หรือไม่
"สงคราม" เป้าหมายช่างสวนทางกับ "ธรรมาภิบาล"
หลักธรรมาภิบาลมีเป้าหมายสูงสุดคือ "เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน" และการสร้าง "โลกธรรมาภิบาล" ที่มีความเมตตาเอื้ออาทรต่อกัน แต่สงคราม โดยเฉพาะในยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรมและอาวุธนิวเคลียร์ กลับมุ่งเน้นการทำลายล้างชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลเพื่อชิงอำนาจกัน
ธรรมาภิบาล ตั้งอยู่บนรากฐานของ "กฎหมายและศีลธรรม" แต่ในบริบทของสงครามยุคปัจจุบัน เริ่มกลายเป็น "สงครามที่ไร้กฎระเบียบ" ซึ่งไม่มีใครสนใจกฎหมายระหว่างประเทศอีกต่อไป
และสิ่งที่เปราะบางที่สุด คือ “ความรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของธรรมาภิบาล แต่สงครามยุคใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อ "หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ" ผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น สงครามไซเบอร์และสงครามตัวแทน
หากเราจะพิจารณาดี ๆ สงครามในช่วงนี้ขาดธรรมาภิบาลในเรื่องใดบ้าง ?
สงครามในยุคปัจจุบันมีการละเลยหลักการสำคัญหลายประการเลย
อ้างอิง
The industrialisation of war: lessons from World War I | SGR
Technology during World War I - Wikipedia
Mutually assured destruction - Wikipedia
Cold Conflict - The National WWII Museum
Conflict in the 21st Century: The Rise of Hybrid Wars - Potomac Institute
The Hybrid Warfare in the 21St Century: An Old Concept with a New Face - ResearchGate
Security in the 21st Century Hybrid Warfare and Comprehensive - SSC Thailand
21 กุมภาพันธ์ 2569
21 กุมภาพันธ์ 2569