21 กุมภาพันธ์ 2569
4
ธรรมาภิบาลยังมีอยู่ในสังคมหรือไม่ ?
“ธรรมาภิบาล” คำนี้ดูเหมือนว่ามันจะเจือจางจากสังคมไปแล้ว อาจเพราะคำนี้มันเก่าและไม่เป็นที่นิยมแล้ว ทั้งที่มันสำคัญและควรเป็นพื้นฐานของสังคมเรา วันนี้จึงขอย้อนรอยกลับไปยังสิ่งที่อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เคยกล่าวไว้ในงานปาฐกถาพิเศษในงานวันปรีดี พนมยงค์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2548 หัวข้อ “หลักธรรมาภิบาลกับการบริหารบ้านเมือง” โดยมีใจความสำคัญ ดังนี้
แด่รัฐบุรุษอาวุโส นายปรีดี พนมยงค์ ผู้มี “ธรรมาภิบาล” ในหัวใจ
- หลัก 6 ประการของ “คณะราษฎร”
- หลักความเป็นเอกราชของประเทศ
- หลักความปลอดภัยในประเทศ
- หลักความสุขสมบูรณ์ของราษฎร
- หลักราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน
- หลักราษฎรมีเสรีภาพ (ที่ไม่ขัดต่อหลักข้างต้น)
- หลักให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
- “ปณิธาน” อันยิ่งใหญ่
“การบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎร เป็นจุดประสงค์อันยิ่งใหญ่ของข้าพเจ้า
ในการทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง -----------”
(คำกล่าว 12 มีค. 2476)
- “นวัตกรรม” เพื่อ “ความสุขสมบูรณ์” และ “ความเป็นธรรม”
- การอภิวัฒน์ 24 มิถุนายน 2475
- เค้าโครงการเศรษฐกิจ พศ. 2476
- พรบ. จัดระเบียบเทศบาล พศ. 2477
- มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พศ. 2477
- การปรับปรุงภาษีอากรให้เป็นธรรม ยกเลิก “ภาษีรัชชูปการ” ฯลฯ พศ. 2482
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ. 2489
- ฯลฯ
- ความหมาย “ประชาธิปไตย”
“ระบอบประชาธิปไตยนั้น เราหมายถึงประชาธิปไตยอันมีระเบียบตามกฎหมายและ
ศีลธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ประชาธิปไตยอันไม่มีระเบียบหรือไร้ศีลธรรม
--------- ระบอบประชาธิปไตยจะมั่นคงอยู่ได้ ต้องประกอบด้วยกฎหมาย ศีลธรรม
และความซื่อสัตย์สุจริต หรือในครั้งโบราณกาลเรียกว่าการปกครองโดยสามัคคี
ธรรม” (สุนทรพจน์ในสภาผู้แทนราษฎร 7 พค. 2489)
ความหมาย “ธรรมาภิบาล”
- “ทศพิธราชธรรม” (ธรรมของพระราชาหรือผู้ปกครอง)
- ทาน (การให้)
- ศีล (ความประพฤติดีงาม)
- ปริจาคะ (การบริจาค)
- อาชชวะ (ความซื่อตรง)
- มัททวะ (ความอ่อนโยน)
- ตปะ (ความเพียรบำเพ็ญตน)
- อักโกธะ (ความไม่โกรธ)
- อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน)
- ขันติ (ความอดทน)
- อวิโรธนะ (ความไม่คลาดจากทำนองคลองธรรม)
- “พระปฐมบรมราชโองการ” (ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9)
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
- “ระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี” (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พศ. 2542)
- หลักนิติธรรม
- หลักคุณธรรม
- หลักความโปร่งใส
- หลักความมีส่วนร่วม
- หลักความรับผิดชอบ
- หลักความคุ้มค่า
- พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พศ. 2546
ให้ความหมาย “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” ว่า ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อ
บรรลุเป้าหมายดังต่อไปนี้
- เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
- เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
- มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
- ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
- มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
- ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
- มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
- “การกำกับดูแลกิจการที่ดี” (โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
- ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (Interest of all stakeholders)
- ความโปร่งใส (Transparency)
- ความซื่อสัตย์ (Integrity)
- ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ (Accountability)
- ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness)
- “บรรษัทภิบาลที่ดี” (Good Corporate Governance)
(โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
- การเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
- ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ (Accountability)
- การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
- การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) อย่างเป็นธรรมและมีจริยธรรม
ข้อเสนอเพื่อพิจารณา
- ความหมายแบบผสมผสาน
- หลักนิติธรรมยุติธรรม
- หลักคุณธรรมศีลธรรม
- หลักความโปร่งใสสุจริต
- หลักการมีส่วนร่วมรวมพลัง
- หลักความรับผิดชอบรับผิดรับชอบ
- หลักความคุ้มค่าสร้างคุณค่า
- หลักความมีเสรีภาพเสมอภาค
- หลักความเมตตาเอื้ออาทร
- หลักประโยชน์สุขร่วมกัน
- ความหมายแบบสั้นและง่าย
“ธรรมาภิบาล” คือ “การจัดการดูแลด้วยความดี”
ทำอย่างไรให้เกิด “ธรรมาภิบาล” ที่น่าพอใจในสังคมไทย
- “สภาสุจริตธรรมแห่งชาติ” (National Integrity Council)
(ข้อเสนอในงานวิจัยของ ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ พศ. 2542)
- เป็นองค์กรนอกภาครัฐ เกิดจากการรวมตัวกันขององค์กรในภาคประชาสังคมและ
บุคคล ต่าง ๆ
- ศึกษา เสนอแนะ ฝึกอบรม
- สร้างดัชนี (Index)
- สร้างเครือข่าย ในภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาสังคม
- เป็นผู้ติดตาม (Monitor) และรายงาน (Report)
- “เครือข่ายส่งเสริมธรรมาภิบาล” (Good Governance Network)
(ข้อเสนอเพื่อพิจารณา)
- สมาชิก (Network Members) ประกอบด้วย
ภาครัฐ (ปปช., กพร., กพ., สถาบันพระปกเกล้า, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) ฯลฯ)
ภาคธุรกิจ (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.), ตลาด
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการ
ไทย (IOD) ฯลฯ)
ภาคประชาสังคม (มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, องค์กรเพื่อความโปร่งใสใน
ประเทศไทย (Transparency Thailand), เครือข่าย
ประชาชนต้านคอร์รัปชัน, ฯลฯ)
-
- คณะกรรมการบริหาร (Executive Committee)
- ฝ่ายเลขานุการ (Secretariat)
- สู่ “ชีวิตและสังคมธรรมาภิบาล” (วิสัยทัศน์?)
- บุคคลธรรมาภิบาล
- ครอบครัวธรรมาภิบาล
- ชุมชนธรรมาภิบาล
- องค์กรธรรมาภิบาล
- สถาบันธรรมาภิบาล
- ท้องถิ่นธรรมาภิบาล
- สังคมธรรมาภิบาล
- ประเทศธรรมาภิบาล
- โลกธรรมาภิบาล
- “ธรรมาภิบาล” พูดง่าย ทำยาก แต่ต้องทำ
และยังมีบันทึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับธรรมาภิบาลอื่น ๆ อีก ดังนี้
คุณธรรม 7 ประการ แห่งการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance)
- สุจริตโปร่งใส
- ถูกต้องดีงาม
- เสมอภาคยุติธรรม
- คุณภาพประสิทธิภาพ
- รับผิดรับชอบ
- ร่วมคิดร่วมทำ
- เมตตาไมตรี
และ “ธรรมรัฐ” (GOOD GOVERNANCE)
- ความสุจริต (HONESTY)
- ความเป็นธรรม (FAIRNESS, PREDICTABILITY)
- ความโปร่งใส (TRANSPARENCY)
- ความรับผิดชอบต่อผลงาน (ACCOUNTABILITY)
- ความเป็นประชาธิปไตย, การมีส่วนร่วม (DEMOCRACY, PARTICIPATION)
- ความเอื้ออาทร (COMPASSION)
จากเอกสาร สามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1) รากฐานแนวคิด
- เชื่อมโยงอุดมการณ์ของ คณะราษฎร (เอกราช ความปลอดภัย ความผาสุก ความเสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา)
- ย้ำปณิธานของปรีดี พนมยงค์: “บำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎร”
- ประชาธิปไตยที่แท้ต้องมี กฎหมาย ศีลธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต
- ทศพิธราชธรรม: คุณธรรมของผู้ปกครอง (ทาน ศีล ซื่อตรง อดทน ไม่เบียดเบียน ฯลฯ)
- พระราชดำรัส “ครองแผ่นดินโดยธรรม”
- หลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี: นิติธรรม คุณธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วม รับผิดชอบ คุ้มค่า
- หลักกำกับดูแลกิจการที่ดี/บรรษัทภิบาล: โปร่งใส ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย
2) ความหมายของ “ธรรมาภิบาล” สรุปสั้น ๆ คือ “การจัดการดูแลด้วยความดี”
3) เป้าหมายของการบริหารบ้านเมืองที่ดี
- เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน
- ภารกิจรัฐสัมฤทธิ์ผล มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า
- ลดขั้นตอนเกินจำเป็น ปรับตัวทันสถานการณ์
- อำนวยความสะดวกและตอบสนองประชาชน
- มีการประเมินผลสม่ำเสมอ
4) หลักธรรมาภิบาลแบบผสมผสาน (ข้อเสนอ)
- นิติธรรมและยุติธรรม
- คุณธรรมและศีลธรรม
- โปร่งใสสุจริต
- การมีส่วนร่วม
- ความรับผิดชอบ
- ความคุ้มค่า
- เสรีภาพและเสมอภาค
- เมตตาเอื้ออาทร
- ประโยชน์สุขร่วมกัน
5) แนวทางผลักดันในระดับสังคม
เสนอการสร้างกลไกภาคประชาสังคม เช่น
- “สภาสุจริตธรรมแห่งชาติ” ทำหน้าที่ศึกษา สร้างดัชนี ติดตาม และรายงาน
- “เครือข่ายส่งเสริมธรรมาภิบาล” เชื่อมภาครัฐ ธุรกิจ และประชาสังคม
เป้าหมายปลายทาง คือ ก้าวสู่ “ชีวิตและสังคมธรรมาภิบาล” ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ประเทศ จนถึงระดับโลก
สิ่งสำคัญที่สุด
ธรรมาภิบาลไม่ใช่เพียงหลักการเชิงกฎหมายหรือการบริหาร แต่คือ คุณธรรมที่ต้องฝังอยู่ในตัวบุคคลและระบบสังคม
แม้ “พูดง่าย ทำยาก” แต่เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำเพื่อ “ประโยชน์สุขของประชาชน”
ที่มา
ห้องความคิด “หลักธรรมาภิบาลกับการบริหารบ้านเมือง” https://paiboon.net/archives/type/2/detail/134/1?page=1
ห้องสมุด “ธรรมาภิบาล (Good Governance)” https://paiboon.net/archives/type/4/detail/1060/1?page=1
ห้องสมุด “ธรรมาภิบาล (Good Governance)” https://paiboon.net/archives/type/4/detail/933/1?page=1