02 314 4112-0

ธรรมาภิบาลยังมีอยู่ในสังคมหรือไม่ ?

Back

21 กุมภาพันธ์ 2569

192

ธรรมาภิบาลยังมีอยู่ในสังคมหรือไม่ ?

ธรรมาภิบาลยังมีอยู่ในสังคมหรือไม่ ?

“ธรรมาภิบาล” คำนี้ดูเหมือนว่ามันจะเจือจางจากสังคมไปแล้ว อาจเพราะคำนี้มันเก่าและไม่เป็นที่นิยมแล้ว ทั้งที่มันสำคัญและควรเป็นพื้นฐานของสังคมเรา วันนี้จึงขอย้อนรอยกลับไปยังสิ่งที่อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เคยกล่าวไว้ในงานปาฐกถาพิเศษในงานวันปรีดี พนมยงค์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2548 หัวข้อ “หลักธรรมาภิบาลกับการบริหารบ้านเมือง” โดยมีใจความสำคัญ ดังนี้

แด่รัฐบุรุษอาวุโส นายปรีดี พนมยงค์ ผู้มี “ธรรมาภิบาล” ในหัวใจ

  • หลัก 6 ประการของ “คณะราษฎร”
    • หลักความเป็นเอกราชของประเทศ
    • หลักความปลอดภัยในประเทศ
    • หลักความสุขสมบูรณ์ของราษฎร
    • หลักราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน
    • หลักราษฎรมีเสรีภาพ (ที่ไม่ขัดต่อหลักข้างต้น)
    • หลักให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
  • “ปณิธาน” อันยิ่งใหญ่
    “การบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎร เป็นจุดประสงค์อันยิ่งใหญ่ของข้าพเจ้า
    ในการทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง -----------”
    (คำกล่าว 12 มีค. 2476)
    • “นวัตกรรม” เพื่อ “ความสุขสมบูรณ์” และ “ความเป็นธรรม”
    • การอภิวัฒน์ 24 มิถุนายน 2475
    • เค้าโครงการเศรษฐกิจ พศ. 2476
    • พรบ. จัดระเบียบเทศบาล พศ. 2477
    • มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พศ. 2477
    • การปรับปรุงภาษีอากรให้เป็นธรรม ยกเลิก “ภาษีรัชชูปการ” ฯลฯ พศ. 2482
    • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ. 2489
    • ฯลฯ
  • ความหมาย “ประชาธิปไตย”
    “ระบอบประชาธิปไตยนั้น เราหมายถึงประชาธิปไตยอันมีระเบียบตามกฎหมายและ
    ศีลธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ประชาธิปไตยอันไม่มีระเบียบหรือไร้ศีลธรรม
    --------- ระบอบประชาธิปไตยจะมั่นคงอยู่ได้ ต้องประกอบด้วยกฎหมาย ศีลธรรม
    และความซื่อสัตย์สุจริต หรือในครั้งโบราณกาลเรียกว่าการปกครองโดยสามัคคี
    ธรรม” (สุนทรพจน์ในสภาผู้แทนราษฎร 7 พค. 2489)

ความหมาย “ธรรมาภิบาล”

  • “ทศพิธราชธรรม” (ธรรมของพระราชาหรือผู้ปกครอง)
    • ทาน (การให้)
    • ศีล (ความประพฤติดีงาม)
    • ปริจาคะ (การบริจาค)
    • อาชชวะ (ความซื่อตรง)
    • มัททวะ (ความอ่อนโยน)
    • ตปะ (ความเพียรบำเพ็ญตน)
    • อักโกธะ (ความไม่โกรธ)
    • อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน)
    • ขันติ (ความอดทน)
    • อวิโรธนะ (ความไม่คลาดจากทำนองคลองธรรม)
  • “พระปฐมบรมราชโองการ” (ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9)
    “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
  • “ระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี” (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พศ. 2542)
    • หลักนิติธรรม
    • หลักคุณธรรม
    • หลักความโปร่งใส
    • หลักความมีส่วนร่วม
    • หลักความรับผิดชอบ
    • หลักความคุ้มค่า
  •  พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พศ. 2546
    ให้ความหมาย “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” ว่า ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อ
    บรรลุเป้าหมายดังต่อไปนี้
  1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
  2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
  3. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
  4. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
  5. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
  6. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
  7. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
  • “การกำกับดูแลกิจการที่ดี” (โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
    • ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (Interest of all stakeholders)
    • ความโปร่งใส (Transparency)
    • ความซื่อสัตย์ (Integrity)
    • ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ (Accountability)
    • ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness)
  • “บรรษัทภิบาลที่ดี” (Good Corporate Governance)
    (โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
    • การเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
    • ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ (Accountability)
    • การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
    • การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) อย่างเป็นธรรมและมีจริยธรรม

ข้อเสนอเพื่อพิจารณา

  • ความหมายแบบผสมผสาน
    • หลักนิติธรรมยุติธรรม
    • หลักคุณธรรมศีลธรรม
    • หลักความโปร่งใสสุจริต
    • หลักการมีส่วนร่วมรวมพลัง
    • หลักความรับผิดชอบรับผิดรับชอบ
    • หลักความคุ้มค่าสร้างคุณค่า
    • หลักความมีเสรีภาพเสมอภาค
    • หลักความเมตตาเอื้ออาทร
    • หลักประโยชน์สุขร่วมกัน
  • ความหมายแบบสั้นและง่าย
    “ธรรมาภิบาล” คือ “การจัดการดูแลด้วยความดี”

ทำอย่างไรให้เกิด “ธรรมาภิบาล” ที่น่าพอใจในสังคมไทย

  • “สภาสุจริตธรรมแห่งชาติ” (National Integrity Council)
    (ข้อเสนอในงานวิจัยของ ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ พศ. 2542)
    • เป็นองค์กรนอกภาครัฐ เกิดจากการรวมตัวกันขององค์กรในภาคประชาสังคมและ
      บุคคล ต่าง ๆ
    • ศึกษา เสนอแนะ ฝึกอบรม
    • สร้างดัชนี (Index)
    • สร้างเครือข่าย ในภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาสังคม
    • เป็นผู้ติดตาม (Monitor) และรายงาน (Report)
  • “เครือข่ายส่งเสริมธรรมาภิบาล” (Good Governance Network)
    (ข้อเสนอเพื่อพิจารณา)
    • สมาชิก (Network Members) ประกอบด้วย

ภาครัฐ                              (ปปช., กพร., กพ., สถาบันพระปกเกล้า, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) ฯลฯ)

ภาคธุรกิจ                         (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการไทย (IOD) ฯลฯ)

ภาคประชาสังคม             (มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand), เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, ฯลฯ)

    • คณะกรรมการบริหาร (Executive Committee)
    • ฝ่ายเลขานุการ (Secretariat)
  • สู่ “ชีวิตและสังคมธรรมาภิบาล” (วิสัยทัศน์?)
    • บุคคลธรรมาภิบาล
    • ครอบครัวธรรมาภิบาล
    • ชุมชนธรรมาภิบาล
    • องค์กรธรรมาภิบาล
    • สถาบันธรรมาภิบาล
    • ท้องถิ่นธรรมาภิบาล
    • สังคมธรรมาภิบาล
    • ประเทศธรรมาภิบาล
    • โลกธรรมาภิบาล
  • “ธรรมาภิบาล” พูดง่าย ทำยาก แต่ต้องทำ

และยังมีบันทึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับธรรมาภิบาลอื่น ๆ อีก ดังนี้

คุณธรรม 7 ประการ แห่งการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance)

  1. สุจริตโปร่งใส
  2. ถูกต้องดีงาม
  3. เสมอภาคยุติธรรม
  4. คุณภาพประสิทธิภาพ
  5. รับผิดรับชอบ
  6. ร่วมคิดร่วมทำ
  7. เมตตาไมตรี

และ “ธรรมรัฐ” (GOOD GOVERNANCE)

  • ความสุจริต (HONESTY)
  • ความเป็นธรรม (FAIRNESS, PREDICTABILITY)
  • ความโปร่งใส (TRANSPARENCY)
  • ความรับผิดชอบต่อผลงาน (ACCOUNTABILITY)
  • ความเป็นประชาธิปไตย, การมีส่วนร่วม (DEMOCRACY, PARTICIPATION)
  • ความเอื้ออาทร (COMPASSION)

จากเอกสาร สามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1) รากฐานแนวคิด

  • เชื่อมโยงอุดมการณ์ของ คณะราษฎร (เอกราช ความปลอดภัย ความผาสุก ความเสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา)
  • ย้ำปณิธานของปรีดี พนมยงค์: “บำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎร”
  • ประชาธิปไตยที่แท้ต้องมี กฎหมาย ศีลธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต
  • ทศพิธราชธรรม: คุณธรรมของผู้ปกครอง (ทาน ศีล ซื่อตรง อดทน ไม่เบียดเบียน ฯลฯ)
  • พระราชดำรัส “ครองแผ่นดินโดยธรรม”
  • หลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี: นิติธรรม คุณธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วม รับผิดชอบ คุ้มค่า
  • หลักกำกับดูแลกิจการที่ดี/บรรษัทภิบาล: โปร่งใส ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย

2) ความหมายของ “ธรรมาภิบาล” สรุปสั้น ๆ คือ “การจัดการดูแลด้วยความดี”

3) เป้าหมายของการบริหารบ้านเมืองที่ดี

  • เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน
  • ภารกิจรัฐสัมฤทธิ์ผล มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า
  • ลดขั้นตอนเกินจำเป็น ปรับตัวทันสถานการณ์
  • อำนวยความสะดวกและตอบสนองประชาชน
  • มีการประเมินผลสม่ำเสมอ

4) หลักธรรมาภิบาลแบบผสมผสาน (ข้อเสนอ)

  • นิติธรรมและยุติธรรม
  • คุณธรรมและศีลธรรม
  • โปร่งใสสุจริต
  • การมีส่วนร่วม
  • ความรับผิดชอบ
  • ความคุ้มค่า
  • เสรีภาพและเสมอภาค
  • เมตตาเอื้ออาทร
  • ประโยชน์สุขร่วมกัน

5) แนวทางผลักดันในระดับสังคม

เสนอการสร้างกลไกภาคประชาสังคม เช่น

  • “สภาสุจริตธรรมแห่งชาติ” ทำหน้าที่ศึกษา สร้างดัชนี ติดตาม และรายงาน
  • “เครือข่ายส่งเสริมธรรมาภิบาล” เชื่อมภาครัฐ ธุรกิจ และประชาสังคม

เป้าหมายปลายทาง คือ ก้าวสู่ “ชีวิตและสังคมธรรมาภิบาล” ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ประเทศ จนถึงระดับโลก

สิ่งสำคัญที่สุด

ธรรมาภิบาลไม่ใช่เพียงหลักการเชิงกฎหมายหรือการบริหาร แต่คือ คุณธรรมที่ต้องฝังอยู่ในตัวบุคคลและระบบสังคม
แม้ “พูดง่าย ทำยาก” แต่เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำเพื่อ “ประโยชน์สุขของประชาชน”

 

ที่มา

ห้องความคิด “หลักธรรมาภิบาลกับการบริหารบ้านเมือง” https://paiboon.net/archives/type/2/detail/134/1?page=1

ห้องสมุด “ธรรมาภิบาล (Good Governance)” https://paiboon.net/archives/type/4/detail/1060/1?page=1

ห้องสมุด “ธรรมาภิบาล (Good Governance)” https://paiboon.net/archives/type/4/detail/933/1?page=1